ปิดตำนาน เรี่ยไรทั้งปี

ปิดตำนาน เรี่ยไรทั้งปี ให้ลาสึกและปิดสำนักสงฆ์ศรีสัตยา จ.เพชรบุรี แล้ว
เพชรบุรี- เจ้าคณะสงฆ์อำเภอชะอำ เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ รักษาการเจ้าคณะตำบลนายาง เลขานุการเจ้าคณะอำเภอชะอำ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นสักขีพยาน ในการให้ หัวหน้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา ลาสิกขา และปิดที่พักสงฆ์ จากกรณีมีการออกเรี่ยไรอย่างผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าคณะสงฆ์อำเภอชะอำ เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ รักษาการเจ้าคณะตำบลนายาง เลขานุการเจ้าคณะอำเภอชะอำ ได้ให้ หัวหน้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา ลาสิกขา และปิดที่พักสงฆ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้เมื่อ วันที่ 19 ธันวาคม 2564 พระมหาวิชัย เตชธมฺโม เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง พร้อมด้วย ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่สำนักสงฆ์ศรีสัตยา เพื่อตรวจสอบข้อร้องเรียน ทางสื่อโซเชียลว่า มีคณะบุคคล อ้างตนเป็นศิษย์สำนักสงฆ์ศรีสัตยา ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ออกเรี่ยไรตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ตามจังหวัดต่างๆ เช่น จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง โดยออกเรี่ยไร ซองทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนสร้างพระนาคปรก 9 เศียร ณ สำนักสงฆ์ศรีสัตยา ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

จากการลงตรวจสอบ พระมนตรี เตชธโร หัวหน้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา แจ้งว่า มีกลุ่มบุคคลได้นำชื่อสำนักไปอ้างแอบออกซองผ้าป่าเรี่ยไร โดยมีข่าวทางสื่อมวลชนเดือนกรกฎาคม ปี 2563 ไปแล้วนั้น และยังคงนำชื่อสำนักออกเรี่ยไรอย่างต่อเนื่อง

พระมหาวิชัย เตชธมฺโม เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้นิมนต์ พระมนตรี เตชธโร เจ้าสำนักศรีสัตยา ไปสถานีตำรวจภูธรชะอำ เพื่อลงบันทึกประจำวัน แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ออกเรี่ยไรโดยแอบอ้างชื่อสำนักสงฆ์ศรีสัตยาเรี่ย ออกเรี่ยไรในความศรัทธาของประชาชน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ล่าสุด วันที่ 21 ธันวาคม 2564 จึงเป็นที่มา ได้ให้หัวหน้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยา ลาสิกขา และปิดที่พักสงฆ์ ต่อ เจ้าคณะสงฆ์อำเภอชะอำ เจ้าคณะตำบลเขาใหญ่ รักษาการเจ้าคณะตำบลนายาง เลขานุการเจ้าคณะอำเภอชะอำ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นสักขีพยาน

เนื่องจากเจ้าสำนักสงฆ์ศรีสัตยาลงบันทึกประจำวันร้องทุกข์กับกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้มีความผิดเข้าข่ายความผิดคดีอาญาฉ้อโกง การรับบริจาคเรี่ยไร แต่ถ้านำเงินรับบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มีความผิดประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 341) : ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!