ปีใหม่-ภัยโควิด

เชื่อว่าไม่เพียงแต่ชาวไทย ชาวโลกก็กำลังเป็นทุกข์กับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพราะตั้งแต่การมีข่าวระบาดเริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ลามไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จนถึงวันนี้เป็นเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว สถานการณ์การระบาดก็ยังไม่ยุติ ไวรัสโควิด-19 ได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ที่น่าวิตกมี 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อังกฤษ(อัลฟ่า), สายพันธุ์แอฟริกาใต้(เบต้า), สายพันธุ์บราซิล(แกรมม่า), สายพันธุ์อินเดีย(เดลต้า) และล่าสุดสายพันธุ์จากแอฟริกาที่กำลังก่อปัญหาคือ “โอมิครอน” ส่วนสายพันธุ์อื่น ๆ ที่ต้องจับตาเฝ้าระวัง อาทิ สายพันธุ์แคลิฟอร์เนีย(เอปซิลอน), สายพันธุ์บราซิล(เซต้า), สายพันธุ์ฟิลิปปินส์(ทีต้า) ฯลฯ

            ความทุกข์ของคนทั่วโลกที่ไม่เพียงต้องเผชิญกับภาวะความป่วยไข้และเสียชีวิตจากการระบาดของไวรัสร้ายนับแสนนับล้านคนในเวลานี้ แต่ความเสียหายด้านเศรษฐกิจนั้นใหญ่หลวงเกินกว่าจะประมาณการได้ เนื่องจากการแพร่ระบาดได้ส่งผลกระทบการติดต่อค้าขาย การลงทุน การท่องเที่ยว วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกกำลังแปรเปลี่ยนไปในทางดิ้นรนเอาชีวิตรอด จนสามารถสรุปได้ว่าไวรัสโควิด-19 คือปรากฏการณ์ที่สร้างความหายนะให้แก่โลก และยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดความหายนะได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในวันใด ขณะเดียวกันวงการแพทย์ได้ระดมสรรพกำลังและกำลังสมองเพื่อคิดค้นวิธีป้องกันหรือยับยั้งการระบาดของโควิด-19

            เมื่อเชื่อมั่นว่า “วัคซีน” คือหนทางเดียวที่จะสามารถป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ กว่า 2 ปีที่ผ่านมานับแต่เริ่มการระบาด วัคซีนชนิดต่าง ๆ ได้ถูกคิดค้นอย่างเร่งด่วนเพื่อนำมาใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายให้เกิดภูมิคุ้มกัน หลายประเทศได้คิดค้นและผลิตวัคซีนได้เป็นผลสำเร็จ ประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีนยี่ห้อดัง ๆ มาฉีดให้แก่คนในประเทศ เช่น ซิโนแวค-ซิโนฟาร์ม จากสาธารณรัฐประชาชนจีน, แอสตร้าเซเนก้า จากอังกฤษ, ไฟเซอร์-โมเดอร์นา-จอห์นสัน&จอห์นสัน จากสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีโคแวคซิน จากอินเดีย, สปุตนิก วี จากรัสเซีย ประเทศที่ผลิตต่างก็เชื่อมั่นในประสิทธิภาพวัคซีนของตนว่าสามารถใช้ป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้

            เรื่องของ “วัคซีน” ก็ก่อปัญหาเถียงกันไม่จบสิ้น ว่าตัวไหนมีความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมที่จะนำฉีดเข้าสู่ร่างกาย มักมีการประโคมข่าว “ผลข้างเคียง” ที่เกิดขึ้นหลังการฉีดจนเป็นเหตุให้หลายคนกลัวไม่กล้าฉีด บางคนยอมทนรอวัคซีนตัวที่มีความมั่นใจว่าจะไม่เกิดอันตราย ขณะเดียวกันบรรดาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ดาหน้าออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับวัคซีนและการกลายพันธุ์ของไวรัสไม่เหมือนกัน ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงกลัว ๆ กล้า ๆ ที่จะไปเข้ารับการฉีดอย่างไรก็ตามขณะนี้คนไทยส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า 100 ล้านโดส ภูมิคุ้มกันหมู่กำลังเกิดขึ้น รัฐบาลได้พยายามผ่อนคลายในหลาย ๆ ด้านเพื่อให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไปได้ หวังว่าปีใหม่ 2565 จะเป็นปีแห่งสุข ชาวไทยปลอดจากภัยโควิด-19 ทั่วหน้ากัน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!