“ปูนปั้นหายใจได้” นวัตกรรมปูนโบราณในบริบทใหม่

เม็ดปูนดำสูตรเมืองเพชรใช้กับพันธุ์ไม้-ตกแต่งสวน

แม้ว่า “งานปูนปั้น” และ “ปูนตำสูตรเมืองเพชร” ยังเป็นที่นิยมและใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลายในกลุ่มช่างเมืองเพชรและช่างปูนปั้นทั่วไปในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมไทยที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศิลป์และวัดวาอารามต่าง ๆ ลวดลายประดับตกแต่งอุโบสถ วิหาร หน้าบันซุ้มประตูหน้าต่าง แสดงถึงรูปแบบงานสกุลช่างเมืองเพชรที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในฐานะอาจารย์และนักวิชาการรุ่นใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภดล สังวาลเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะศิลปกรรมศาสตร์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่ง ผศ.นภดล หรือ “อาจารย์น็อต” เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรีได้ทำการศึกษาวิจัยถึงคุณสมบัติของ “ปูนตำสูตรเมืองเพชร” ที่มีส่วนผสมจากปูนขาว ทรายละเอียด กระดาษฟาง กาวหนังสัตว์ และน้ำตาลโตนด พบว่ามีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับไม้กระถาง พืชพันธุ์ไม้ที่กำลังนิยมเพาะปลูกกันในขณะนี้ จึงได้ทำการศึกษาวิจัยนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับปลูกต้นไม้ และตกแต่งสวนจากภูมิปัญญาปูนตำโบราณจนได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากประเทศไต้หวัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นภดลสังวาลเพ็ชร กล่าวว่า ในยุคโควิด-19 พบว่าคนไทยให้ความสนใจกับต้นไม้และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านเพิ่มมากขึ้น กระทั่งพบว่า “ต้นไฮเดรนเยีย” เป็นไม้ดอกที่ปรับสีตามสภาพดิน ถ้าดินเป็นกรด (เปรี้ยว) สีของดอกไม้จะออกไปในทางสีชมพู ถ้าดินเป็นเบส (ด่าง) จะไปทางสีฟ้า สีม่วง จึงทำให้ทราบว่าค่าความเป็นกรด-ด่างในดินมีผลต่อสีของดอกไม้ ประกอบกับสิ่งที่เกษตรกรใช้ในการปรับสภาพดินในการทำการเกษตรกรณีที่ดินบริเวณนั้นเป็นกรด (ดินเปรี้ยว) จะโรยด้วยปูนขาวเพื่อทำการปรับสภาพดิน ที่ผ่านมาได้ทำการศึกษาวิจัยพัฒนาสูตรปูนตำโบราณของเพชรบุรีที่ใช้ในงานปั้นปูนสด พบว่าปูนตำสูตรโบราณของช่างเมืองเพชรใช้ปูนขาวเป็นส่วนผสมหลัก จึงได้ศึกษาค่าความเป็นกรดด่าง (ค่า pH) ของปูนตำสูตรเมืองเพชร พบว่าค่า pH อยู่ที่ 12 เท่ากับค่า pH ของปูนขาวที่ใช้โรยเพื่อปรับสภาพดิน จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นแนวทางการพัฒนาปูนตำเมืองเพชรในบริบทใหม่ที่แตกต่างไปจากของเดิมที่ใช้เป็นวัสดุปั้นลวดลายประดับตกแต่งสถาปัตยกรรมในด้านพุทธศิลป์ วัดวาอารามต่าง ๆ แม้ปัจจุบันยังมีการใช้งานปูนตำโบราณในกลุ่มช่างเมืองเพชรและช่างปั้นทั่วไป แต่เป้าหมายเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาปูนตำสูตรโบราณของเมืองเพชรบุรี

ผศ.นภดล กล่าวต่ออีกว่า ได้นำปูนตำสูตรเพชรบุรีทำเป็นผลิตภัณฑ์ปรับสภาพดิน ได้แก่ เม็ดป็อปเปอร์ Popper เม็ดปูนขาว หรือ เม็ดปูนตำ ปกติแล้วใช้วัสดุเป็นดินเผาผลิตจากดินเหนียวธรรมชาตินำมาเผาไฟใช้สำหรับปลูกพืชในกระถางหรือใช้สำหรับปิดหน้าดินกระถางไม้ดอกไม้ประดับ จึงได้ปรับเปลี่ยนวัสดุจากดินเหนียวเป็นปูนตำสูตรเพชรบุรีนำมาปั้นด้วยเครื่องปั้นยาลูกกลอน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ปล่อยให้แห้งจะมีลักษณะกลมแข็งสีขาว นอกจากมีคุณสมบัติในการรักษาความชื้น ยังช่วยปรับสภาพน้ำให้มีค่า pH เป็นด่าง จากการทดลองนำเม็ดปูนขาวแช่น้ำพบค่าน้ำดังกล่าวมีค่า pH อยู่ที่ 12 มีค่าเป็นด่าง ขณะที่ค่ากลางอยู่ที่ 7 ซึ่งกรณีที่เราใช้ปูนขาวโรยหน้าดินหรือผสมกับดินปลูกต้นไม้จะมีผลให้พืชเจริญเติบโตช้า แต่เมื่อปั้นเป็นเม็ดกลม น้ำที่รดต้นไม้จะค่อย ๆ ปรับสภาพให้ดินมีความเป็นด่าง พร้อมทั้งช่วยละลายธาตุแคลเซียม และธาตุแม็กนีเซียมในดินให้พืชดูดซึมนำมาใช้ได้ดีขึ้น ขณะที่ยังคงรักษาความชื้นบริเวณหน้าดิน ข้อดีอีกประการหนึ่งของเม็ดปูนปั้นจะไม่เกิดเชื้อราสะสม แตกต่างกับเม็ดดินเผาที่รดน้ำไปหลายวันจะเกิดเชื้อราสะสม ซึ่งมีทั้งเชื้อราดีและไม่ดี กรณีเชื้อราที่ไม่ดีลงไปในดินจะส่งผลต่อระบบรากทำให้ต้นไม้ตาย ขณะที่ปูนปั้นมีฤทธิ์เป็นด่างเชื้อราจะไม่ขึ้น แต่ที่พบเห็นบนชิ้นงานปูนปั้นที่มีความชื้นส่วนใหญ่เป็นตะไคร่ไม่ใช่เชื้อรา

“ประโยชน์ของเม็ดปูนขาวทำจากปูนตำนำไปใช้ในการปรับสภาพดินให้เหมาะสม คุณสมบัติของเม็ดปูนตำเมื่อใช้ไประยะหนึ่ง ด้วยปัจจัยจากน้ำที่ใช้รดต้นไม้ แสงแดด จะทำให้ผิวของเม็ดปูนตำมีรูพรุนเกิดจากการย่อยสลายของวัสดุที่ใช้ผสมได้แก่ กระดาษฟาง ยิ่งใช้เม็ดปูนขาวไปเป็นเวลานาน จะช่วยให้เก็บความชื้นได้ดีขึ้น จึงเรียกปูนตำชนิดนี้ว่า “ปูนหายใจได้” หมายถึง เม็ดปูนขาวที่มีการกักเก็บความชื้นและถ่ายเทความชื้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นของปูนตำเมืองเพชรบุรี ประกอบกับเม็ดปูนตำจะมีน้ำหนักเบา ไม่กดทับหน้าดินที่จะมีผลต่อระบบรากของต้นไม้ ทั้งนี้เม็ดปูนขาวยังไม่สามารถนำไปใช้ทดแทนดินสำหรับปลูกพืชหรือต้นไม้ได้ ยังใช้ได้เฉพาะใช้คลุมหน้าดินและปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับพืชพันธุ์ชนิดต่าง ๆ”

          สำหรับเม็ดปูนขาวที่ทำจากปูนตำสูตรเมืองเพชรโดยจากคิดค้นของ ผศ.นภดล สังวาลเพ็ชร ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากผลงานวิจัยนวัตกรรมใหม่ เม็ดปูนขาวสำหรับปรับสภาพดิน : CaOG: Calcium Oxide Granule for Soil Conditioner ในงาน 2021 International Innovation and Invention Competition (IIIC 2021) ซึ่งจัดขึ้นโดย Chinese Innovation and Invention Society และ Moscow International Inventions and Innovative Technology Salon «ARCHIMEDES» LLC “InnovExpo” (Moscow, Russia) ณ The Ambassador Hotel-Taipei ประเทศไต้หวัน เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เป็นการนำเสนอผลงานผ่านระบบออนไลน์ นับเป็นการศึกษาพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสูตรปูนตำเมืองเพชรบุรีไปสู่เวทีงานวิจัยระดับสากล หลังจากนี้ ผศ.นภดล มีแนวความคิดจะใช้ปูนตำเมืองเพชรในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้สำหรับตกแต่งสวนที่สะท้อนภูมิปัญญางานปูนปั้นเมืองเพชร เพื่อที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้จริง เช่น กระถางต้นไม้ ผลิตภัณฑ์ตกแต่งผนังหรือกำแพงที่สามารถปลูกต้นไม้ได้ด้วย หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นการผสมผสานงานประดับตกแต่งให้เข้ากับประโยชน์ใช้สอย

“สิ่งหนึ่งที่จะทำให้วัสดุไทยอยู่ต่อในสังคมยุคปัจจุบันได้ คือการพัฒนาและต่อยอดวัสดุไทยให้เข้ากับวิถีชีวิตมนุษย์ในสังคมยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ เรื่องนี้เป็นการมองปูนปั้นอีกบริบทหนึ่ง เป็นบริบทใหม่ที่ไม่ได้ลดทอนคุณค่าของงานปูนปั้นเมืองเพชรบุรีให้ลดลงแต่อย่างไร แต่เป็นการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ นอกเหนือจากใช้ปั้นประดับตกแต่งในศิลปกรรมไทย ลองนึกภาพเราปั้นหน้าบันชิ้นหนึ่ง แต่เป็นหน้าบันที่สามารถปลูกต้นไม้ได้ มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เป็นการเพิ่มมูลค่าสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับช่างหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจ ประกอบกับปูนตำโบราณสูตรเมืองเพชรล้วนแล้วมีที่มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น ตอบโจทย์เรื่องผลิตภัณฑ์ที่มิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นโจทย์หนึ่งที่ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่” ผศ.นภดล สังวาลเพ็ชร กล่าว

ด้าน นายชัชวาลย์ สหัสสพาศน์ช่างปูนปั้นเมืองเพชรบุรี หนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาสูตรปูนตำเมืองเพชร กล่าวว่า ด้วยแนวคิดที่ว่าปูนตำเพชรบุรีมีคุณสมบัติในการคายน้ำและดูดซับความชื้น รวมถึงมีคุณสมบัติเป็นด่างที่สามารถใช้กับต้นไม้หรือไม้ประดับบางชนิดได้ จึงได้พัฒนาปูนตำสูตรเมืองเพชรนำไปใช้เพื่อสิ่งอื่น นอกเหนือเป็นวัสดุที่ใช้ในงานปูนปั้น สิ่งที่ปรากฏในชิ้นงานปูนปั้นที่ปั้นจากปูนตำสูตรเมืองเพชรจะพบว่ามีรูพรุนขนาดเล็กเกิดจากการย่อยสลายของวัสดุส่วนผสมในปูนตำ รูพรุนเหล่านี้จะช่วยในการถ่ายเทอากาศและความชื้นเมื่อชิ้นงานถูกน้ำ จะแตกต่างกับวัสดุที่เป็นปูนซีเมนต์ซึ่งมีส่วนผสมของสารเคมี เหมือนกับเรานำถุงพลาสติกคลุมชิ้นงานหรือสิ่งของต่าง ๆ อากาศและความชื้นจะถ่ายเทไม่สะดวก เทียบเคียงกับโบราณสถานที่มีโครงสร้างจากอิฐดินเผา เมื่อเจอความชื้นจากใต้ดินสะสมนานวันเข้าก็จะพุพังไปตามกาลเวลา กรณีที่มีการบูรณะซ่อมแซมด้วยการใช้ปูนซีเมนต์ หรือการปูผนังหรือพื้นด้วยวัสดุหินแกรนิตหรือแผ่นกระเบื้องปูพื้นสำเร็จรูปสมัยใหม่ ก็ยิ่งทำให้โครงสร้างโบราณสถานหรืออาคารชำรุดทรุดโทรมเร็วมากขึ้น เนื่องจากปูนซีเมนต์ หรือวัสดุหินแกรนิตจะปิดกั้นการถ่ายเทความชื้นที่สะสมอยู่ในอิฐดินเผา ด้วยเหตุนี้ภูมิปัญญาด้านงานช่างของคนโบราณจึงใช้ปูนตำที่มีส่วนประกอบจากวัสดุธรรมชาติในการฉาบผนังหรือใช้ในประดับตกแต่งลวดลายที่ช่วยในการถ่ายเทระบายความชื้นได้ดีกว่าวัสดุที่นำจากปูนซีเมนต์ 

          “ผลงานงานวิจัยชุดนี้คือว่าเป็นการก้าวจากวัฒนธรรมดั้งเดิมไปสู่บริบทใหม่ของปูนตำเมืองเพชรบุรี ข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัยปูนตำเมืองเพชรบุรี แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติหลากหลายของปูนตำเมืองเพชรในเรื่องของค่าความเป็นกรดด่าง การดูดซับความชื้นและระบายความชื้น น้ำหนักเบา ที่สำคัญคือการนำไปต่อยอดออกแบบผลิตภัณฑ์สู่การนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันที่ยังมีที่มาและกระบวนการเชื่อมโยงไปยังภูมิปัญญาโบราณของช่างเมืองเพชร หมายความว่าปูนตำโบราณยังไม่สูญหายไปไหน แต่ได้ประยุกต์ให้ร่วมสมัยและใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปได้จริง ๆ” นายชัชวาลย์ ช่างปูนปั้นเมืองเพชร กล่าวในท้ายที่สุด.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!