พระมหานิธิกาญจน์ นิธิวํโส พระนักพัฒนาบริหารโรงเรียนขนาดเล็กจนมีชื่อเสียงโด่งดัง

พระมหานิธิกาญจน์ นิธิวํโส เจ้าอาวาสวัดเขาย้อย ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาย้อยไพบูลอุปถัมภ์ (แสงส่องหล้า 5) เปิดเผย “เพชรภูมิ” ว่า สมัย พระครูไพบูลพัฒนโสภณ (สุด สุเมโธ) เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาย้อย ได้จัดตั้ง “ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดเขาย้อยเมตตาอุปถัมภ์” เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2536 เพื่อสนับสนุนนโยบายของกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้ใต้ถุนศาลาการเปรียญวัดเขาย้อยเป็นสถานที่จัดอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็ก ซึ่งหลวงพ่อท่านรับเป็นผู้อุปการะเงินเดือนครูและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ทั้งหมด

          ต่อมามีผู้ปกครองนำบุตร-หลานเข้ามาฝากเรียนที่ศูนย์ฯ เป็นจำนวนมาก ทำให้ใต้ถุนศาลาการเปรียญของวัดไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น หลวงพ่อจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนชั้นเดียวด้วยงบประมาณ 5 ล้านบาท สร้างแล้วเสร็จในปี 2541 โดยมี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (พระอิสริยยศขณะนั้น) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารเรียนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2542 และทรงอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ “สธ.” ติดไว้ที่หน้ามุขอาคารเรียน

          กระทั่งในวันที่ 29 พฤษภาคม 2545 มหาเถรสมาคม อนุญาตให้ยกฐานะจากศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ฯ เป็นโรงเรียนเอกชนการกุศลของวัด สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พระครูไพบูลพัฒนโสภณ เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต ตั้งชื่อว่า “โรงเรียนวัดเขาย้อยไพบูลอุปถัมภ์ (แสงส่องหล้า 5)”

          ต่อมา พระครูไพบูลพัฒนโสภณ ได้สร้างอาคารเรียน “เฉลิมราชย์ 60 ปี” อีกจำนวน 1 หลัง 12 ห้องเรียน และในปีการศึกษา 2549 ก็ได้ขยายชั้นเรียนเพิ่มในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 โดยมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในขณะนั้น เป็นประธานเปิดอาคารเรียนเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549

          พระมหานิธิกาญจน์ กล่าวว่า เมื่อปี 2546 ก่อนที่ พระครูไพบูลพัฒนโสภณ จะมรณภาพ ได้ให้ตนเข้ามาช่วยบริหารโรงเรียนแห่งนี้ เดิมมีเด็กนักเรียนประมาณ 20 คน มีครู 4 คน ขณะนั้นวัดต้องแบกรับภาระทุกอย่างทั้งค่าอาหาร ค่านม ค่าเงินเดือนครู จนกระทั่งในปี 2547 โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลซึ่งเพียงพอแค่จ่ายเงินเดือนครูเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ วัดก็ยังคงต้องแบกรับภาระอยู่เรื่อยมา

          “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาตมาได้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการควบคู่ไปกับสอนศีลธรรม ทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่เหมาะสม มีมารยาทที่ดีงามตามประเพณีวัฒนธรรมไทย”

            พระมหานิธิกาญจน์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีโรงเรียนวัดและโรงเรียนขนาดเล็กในชนบทหลายแห่งถูกยุบเลิกไป เนื่องจากมีนักเรียนน้อย รวมถึงผู้ปกครองนิยมนำบุตร-หลานเดินทางไปเรียนในโรงเรียนใหญ่ที่ตัวเมืองเพชรบุรี แต่โรงเรียนวัดเขาย้อยไพบูลอุปถัมภ์ฯ กลับมีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากทางโรงเรียนได้จัดหาสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัยเข้ามาใช้ เช่น ติดตั้ง WiFi  เครื่องคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขอนักเรียนให้มีความเทียมเท่ากับนักเรียนโรงเรียนขนาดใหญ่ จนโรงเรียนมีชื่อเสียงโด่งดัง ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด 939 คน ครูและบุคลากรจำนวน 47 คน ซึ่งมากที่สุดในบรรดาโรงเรียนวัดขนาดเล็ก ใน จ.เพชรบุรี.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!