สวมหนังเสือ

             ศักราชใหม่ 2565 นี้เป็นปีขาล สัตว์ประจำนักษัตร คือ เสือ พอดีประจวบเหมาะเข้ากับสำนวนที่จะเขียนถึงเสือพอดี เพราะข่าวส่งท้ายปีนี้เห็นความเคลื่อนไหวต้อนรับปีเสือมากทีเดียว เช่น ข่าวศาลฎีกาตัดสินให้นายเปรมชัย กรรณสูต ถูกจำคุก 2 ปี 14 เดือน ในคดีฆ่าเสือดำ เมื่อปี 2561

             หนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ยังได้เสนอเกี่ยวกับเสืออย่างต่อเนื่องมาหลายฉบับ และดูเหมือนว่าจะกลายเป็นสำนวนไปแล้ว คือ สวมหนังเสือ

             คนที่สวมหนังเสือที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐกล่าวถึง คือ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ชนวนรอยร้าว แต่กลับดูจะเป็นพระเอกตัวจริงในคราวนี้

             “หอกข้างแคร่” ยังปักโด่ พร้อมทิ่มแทงทะลุอกทุกขณะ ตามสถานะ “ผู้กองนัส” ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังยึดแท่นเลขาธิการพรรค พปชร. สวมหนังเสือ ของ “ปิ๊กป้อม” ในการบัญชาการกองทัพลิงบริหารจัดการอำนาจในค่าย” (ไทยรัฐ
ฉบับวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564)

             “ตามฉากที่คนนอกมองทะลุเข้าไปยังเห็น “ผู้กองนัส” สวมหนังเสือ” ของ พล.อ. ประวิตร ถือสิทธิ์ขาดในการเดินสายจัดวางกำลังผู้สมัคร ส.ส. พปชร. ในการเลือกตั้งรอบหน้า…”

             “ปิ๊กป้อม” จะถูก “เชิด” เป็นเสือเฒ่า แต่คนกุมอำนาจตัวจริงคือ “ผู้กองนัส” นั่งเอ้เต้ สวมหนังเสือคุมกองทัพลิง” (ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564)

             “เกมแฝงเหลี่ยม “ผู้กองนัส” ต้องโชว์เพาเวอร์สวม หนังเสือ” ของ “บิ๊กป้อม”” (ไทยรัฐฉบับวันที่ 5 ธันวาคม 2564)

             สำนวน สวมหนังเสือ เป็นสำนวนใหม่ หมายถึง คนหรือตัวแทนของผู้ที่มีอำนาจ ในบริบทนี้ หนังเสือ มีนัยหมายถึง อำนาจบารมี เมื่อเอามาสวมใส่คนที่ดูด้อยค่าก็พอจะทำให้คนนั้นดูมีอำนาจบารมีขึ้นมาได้บ้าง เพื่อให้ข้อเขียนนี้หนักแน่นขึ้น ผมจะขอยกข้อสนับสนุนที่อธิบายถึงอำนาจของเสือในมิติไสยเวช จากคอลัมน์ เหนือฟ้าใต้บาดาล ที่ผมอ่านจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับที่ 5 ธันวาคม 2564 ความว่า

             “เสือ คือ สัตว์ที่มีอำนาจ ตบะเดชะ พลังจิตกล้าแกร่ง เป็นที่ครั่นคร้ามยำเกรงต่อผู้พบเห็น แต่ทว่าแม้มีอำนาจน่าเกรงขามเพียงใด ยังกลับมีฤทธามหาอำนาจที่ซ่อนอยู่อีกอย่าง คือ เรื่องแห่งเสน่ห์ เมตตามหานิยม.. ขึ้นชื่อว่าเสือ ใคร ๆ ก็กลัวเกรงพรั่นพรึง…”

             เมื่อสวมเพียงแค่หนังเสือก็ทำให้ผู้สวมรู้สึกว่ากลายเป็นเสือขึ้นมาจริง ๆ อย่างนี้นี่เองที่ทำให้ ร.อ. ธรรมนัส รู้สึกว่าตนเองกำลังใช้อำนาจแทน เพราะสามารถบริหารพรรคพลังประชารัฐผ่านเงาพี่ใหญ่อย่างปิ๊กป้อมได้อย่างสบาย ใครจะกลัวจริงหรือกลัวหรอกนั้นไม่รู้ได้แต่ที่แน่ ๆ ร.อ. ธรรมนัส ก็กินรวบในการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ แทนหัวหน้าพรรคได้อย่างเบ็ดเสร็จไม่น้อยทีเดียว ที่เห็นชัดอยู่ตอนนี้  คือ การส่งผู้สมัคร ส.ส. ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่หวังจะโค่นอำนาจเดิมให้ล้มคว่ำคะมำหงาย แม้แต่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เองก็น่าจะอยู่ลำบากหากหนังเสือยังอยู่ที่ ร.อ. ธรรมนัส อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

             ธรรมดาแล้วผู้ที่สวมใส่หรือนุ่งห่มหนังเสือเป็นอาภรณ์  เท่าที่นึกได้ก็เห็นจะเป็นนักบวชจำพวกฤๅษีชีไพร อาทิ พระเวสสันดร ตอนที่ทรงถือวัตรปฏิบัติเป็นนักบวชอยู่ที่เขาวงกตก็ทรงหนังเสือ ความว่า

             พระหน่อไทยธรรมธิเบศเวสสันดรราชกับด้วยพระนุชนาฏมเหสีสองดรุณโปดกดวงกษัตริย์ ทั้งสี่พระองค์ทรงพระโสมนัสในอมรินทรสุราศรม อุดมไปด้วยเพศพิธีบวชบรรพชากร จมฺมวาสี ทรงพยัคฆจัมมาภรณ์ผูกชฎาเกศกระหมวดมุ่นเป็นมณฑล (พยัคฆ หมายถึง เสือโคร่ง, จัมมะ หมายถึง หนัง, อาภรณ์ หมายถึง เครื่องแต่งตัว จัมมะ สนธิ กับ อาภรณ์ เป็นจัมมาภรณ์ เวลาแปลต้องแปลจากหลังไปหน้าให้ได้ความจะได้ว่า เครื่องแต่งตัวที่ทำด้วยหนังเสือโคร่ง )                

             แต่บางครั้งคนที่สวมหนังเสือก็มักจะไว้ใจไม่ได้ก็มีอย่างชีเปลือย เพราะภายนอกดูเป็นคนแก่ไม่มีพิษสง สุดท้ายสุดสาครก็ตายใจหลงเชื่อนักบวชนอกรีตสวมชุดหนังสือ ความว่า

                                ไม่นุ่งผ้าคากรองครองหนังเสือ                               

          ประหลาดเหลือโล่งโต้งโม่งโค่งขัน

          น่าเหียนรากปากมีแต่ขี้ฟัน

          กรนสนั่นนอนร้ายเหมือนป่ายปีน

          ประหลาดใจไยหนอไม่นุ่งผ้า

          จะเป็นบ้าไปหรือว่าถือศีล

          หนวดถึงเข่าเคราถึงนมผมถึงตีน

          ฝรั่งจีนแขกไทยก็ใช่ที

                หรือว่าลางที ร.อ. ธรรมนัส จะเข้าข่ายอย่างชีเปลือยเสียก็ไม่รู้ ทำหน้าซื่อ ๆ ให้ดูว่าใจดีหลอกล่อให้ตายใจ รอทีเผลอก็ผลักตกเหวเสียฉิบ ตราบใดที่ยังสวมหนังเสืออยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเมื่อประโยชน์ยังมีคงไม่ถูกถอดหนังเสือออกง่าย ๆ แต่หากหมดประโยชน์ลงเมื่อใดระวังหนังเสือที่ใส่จะกลายเป็นหนังหมาเข้าสักวัน.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!