เชิญ DSI ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินบางแก้ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม ชาวบ้าน ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลมจ.เพชรบุรี กว่า 70 คน นำโดย น.ส.ไกล้รุ่ง เพิ่มสิน นายอภัย ใคร่ครวญ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.บางแก้ว  เดินทางมาที่ศาลาประชาคม อบต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พ.ต.ต.หญิง สมภิศ อาชาทองสุข พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ ภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีชาวบ้านถูกนายทุนซึ่งอ้างว่าครอบครองโฉนดที่ดินในที่ดินผืนเดียวกัน ฟ้องขับไล่ชาวบ้านซึ่งครอบครองสิทธิ์เอกสาร สค.1 นส.2 และ นส.3 และเป็นที่ดินมรดกตกทอดอยู่อาศัยมานานหลายสิบปีออกจากพื้นที่ โดยมีนายจักรพงษ์ บุญสะอาด นายสิปปการ ศรีศุภวุฒิ เจ้าหน้าที่ DSI  นายสวาท ฉิมพาลี อดีตสาธารณสุขอำเภอเมืองเพชรบุรี ร่วมรับฟังปัญหา

                น.ส.ไกล้รุ่ง เปิดเผยว่าที่ดินกรณีพิพาทแปลงนี้เดิมนายเจิ่น เพิ่มสิน ซึ่งเป็นปู่ของตนเป็นผู้ครอบครองโดยมี สค. 1 ออกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2498 เนื้อที่ 64 ไร่ เป็นเอกสารที่แสดงสิทธิ์การครอบครอง ต่อมาชาวบ้าน ต.บางแก้ว ที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยเพราะที่อยู่เดิมโดนน้ำทะเลกัดเซาะจำนวนหลายสิบรายมาขอแบ่งปันที่ดินเพื่อไปทำกินและอยู่อาศัย ซึ่งนายเจิ่นได้แบ่งปันที่บางส่วนให้ และต่อมานายเจิ่นได้ไปขอออก นส.3 ในที่ดินบางส่วน เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2520 ส่วนชาวบ้านที่ได้รับการแบ่งที่ดินดังกล่าวได้ไปขอออกเอกสารการจับจองที่ดิน นส.2 ออกเมื่อวันที่30 สิงหาคม 2527 โดยไม่มีผู้ใดมาแสดงสิทธิ์ว่าที่ดินแปลงนี้มีโฉนด

                กระทั่งปี 2542 ปรากฏมีบริษัท ธนสารฮาร์เบอร์ จำกัด มาอ้างแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว โดยแสดงเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดซึ่งออกให้เมื่อปี 2485 ที่ซื้อมาจากนางช่วง ตันมะณี ชาว ต.หนองโสน อ.คลองกระแชง (ปัจจุบัน คือ อ.เมืองเพชรบุรี) มาแสดงและฟ้องขับไล่ชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว 23 ครอบครัว ปรากฏว่าต่อมาศาลจังหวัดเพชรบุรีพิพากษาว่าบริษัทธนสารฯ รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริตและจดทะเบียนการได้มาโดยไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ชาวบ้านพิพากษายกฟ้อง หลังจากที่ชนะคดีแล้วชาวบ้านก็อาศัยอยู่ในที่ดินแปลงนี้ตลอดมา

                “ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงมีโฉนดมาคลุมที่ดินที่ชาวบ้านอยู่กันมานาน โดยไม่มีใครมาขับไล่และมีเอกสารสิทธิ์อยู่เช่นกัน ที่สำคัญคือเอกสารสิทธิ์ที่เป็นโฉนดมีการออกโฉนดแทนใบเดิมถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2485 ทำขึ้นใหม่แทนใบเดิม โดยอ้างว่าโฉนดขาดชำรุดเพราะเปียกน้ำ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2506 และครั้งที่ 3 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 โดยอ้างตามมาตรา 46 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากนี้ในเอกสารโฉนดที่พิพาทไม่ปรากฏมีทางสาธารณะซึ่งขัดจากความเป็นจริงที่มีทางสาธารณะเป็นถนนทางเข้าหมู่ที่ 4 ชาวบ้านจึงได้ทำเรื่องถึงกรมที่ดินเมื่อปี 2546 กรมที่ดินก็ได้สั่งการมาที่จังหวัดและอำเภอบ้านแหลม ซึ่งอำเภอบ้านแหลมได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า”

                นายอุทัยกล่าวเสริมว่า หลังจากคดีความระหว่างบริษัท ธนสารฯ กับชาวบ้านสิ้นสุดไปแล้วกว่า 10 ปี แต่ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 ได้มีเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินพร้อมนายทุนรายใหม่ ซึ่งซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อมาจากบริษัท ธนสารฯ อีกหลายทอด จะเข้ามารังวัดที่ดินแปลงเดิมอีก ชาวบ้านจึงรวมตัวขอคัดค้านไม่ให้มีการรังวัดที่ดินและทำเรื่องขอความช่วยเหลือไปยัง อบต.บางแก้ว, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเพชรบุรี และสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภาค 7 เพื่อขอให้ตรวจสอบการได้มาซึ่งโฉนดในพื้นที่ดังกล่าวว่าได้มาโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทำไมจึงเกิดการทับซ้อนของสิทธิ์การครอบครองที่ดิน ขอให้ตรวจสอบสถานที่ตั้งที่แท้จริงของที่ดินโฉนดดังกล่าว และตรวจสอบสิทธิ์อันพึงมีของชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่อาศัยในพื้นที่พิพาทดังกล่าวมานานหลายสิบปี

                “กรณีดังกล่าวอาจเกิดจากการซื้อขายที่ดิน ซื้อเฉพาะโฉนด โดยไม่ได้เข้ามาดูพื้นที่จริง หรือข้อเท็จจริงอื่น ๆ ที่อาจไม่ถูกต้อง ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มานาน ทำกินบนที่ดินที่ได้รับมรดกตกทอดมาตั้งแต่ปู่ย่าตายายต้องได้รับความเดือดร้อน ที่สำคัญกรณีพิพาทดังกล่าวเคยมีการตัดสินไปแล้วแต่พอโฉนดดังกล่าวมีการเปลี่ยนเจ้าของก็มีการฟ้องร้องอีกอ้างสิทธิ์ซ้ำ ๆ ในประเด็นเดียวกัน ชาวบ้านซึ่งหาเช้ากินค่ำต้องมาเดือดร้อนกายใจหาเงินสู้คดี ไม่เป็นอันทำมาหากิน หากปล่อยให้เกิดปัญหาต่อไปรุ่นลูกรุ่นหลานจะไม่มีใครทราบข้อเท็จจริง เอกสารยืนยันบางอย่างก็อาจสูญหาย จึงร้องไปที่ DSI ให้มาช่วยตรวจสอบ”

                ด้าน พ.ต.ต.หญิง สมภิศ กล่าวว่า ขณะนี้ DSI ยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ วันนี้เป็นการเดินทางมาสอบถามรวบรวมข้อเท็จจริงตามที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนและจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ อธิบดี DSI เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน โดยจะให้ความเป็นธรรมในทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป.

error: ขอสงวนสิทธิ์ ในการคัดลอกบทความ !!